Compressed Air Solution

วันอังคารที่ 19 มกราคม 2010 เวลา 02:44 น. YY
อีเมล พิมพ์ PDF
ดัชนีบทความ
Compressed Air Solution
2
3
4
ทุกหน้า

เครื่องอัดอากาศ(Air Compressor)เป็นที่นิยมใช้ในกระบวนการผลิต และวิธีที่ประหยัดพลังงานในเครื่องอัดอากาศที่ดีควรเริ่มตั้งแต่การออกแบบ, การเลือกใช้เครื่องอัดอากาศให้เหมาะสม, งานระบบท่อ, การเดินเครื่อง และการซ่อมบำรุงรักษา เพื่อให้ประสิทธิภาพในการใช้งานได้สูงสุด และมีค่าใช้จ่ายด้านพลังงานถูกสุด.

เครื่องอัดอากาศมีกี่ประเภท(Type of Air Compressor)

  1. เครื่องอัดอากาศที่ใช้ลักษณะการแทนที่ของอากาศ(Dynamic) มีหลักการทำงานโดยอากาศที่อยู่ในช่องอัดอากาศจะถูกบีบให้มีปริมาตรลดลง ทำให้มีความดันเพิ่มสูงขึ้นก่อนที่จะปล่อยออกไป
  2. เครื่องอัดอากาศที่ใช้การอัดอากาศเชิงปริมาตร(Displacment) มีหลักการทำงานโดยให้พลังงานความเร็วไปให้อากาศที่กำลังไหลอย่างต่อเนื่อง โดยการหมุนใบพัดด้วยความเร็วสูง พลังงานความเร็วจะเปลี่ยนเป็นพลังงานความดัน ทั้งโดยการหมุนของใบพัดและการปล่อยอากาศจากขดก้นหอยหรือหัวกระจายในเครื่องอัดอากาศนั้น รูปร่ายของใบพัดจะเป็นตัวกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างการไหลและความดันอากาศ

alt src=http://www.edco.co.th/images/stories/type%20air%20comp.jpg

รูปที่1 ชนิดเครื่องอัดอากาศ

การเลือกใช้เครื่องอัดอากาสและอุปกรณ์ในระบบอัดอากาศที่เหมาะสม

  1. การเลือกขนาดและชนิดของเครื่องอัดอากาศที่เหมาะสม คือ การเลือกปริมาณตามความต้องการของอากาศอัด และความดันใช้งานของอุปกรณ์ในโรงงาน การเลือกขนาดถังเก็บอากาศ
  2. การเลือกขนาดถังเก็บอากาศเหมาะสม เพื่อเก็บอากาศอัดและลดการกระเพื่อมของความดันอากาศจาก Air Compressor หรือสามารถชดเชยความต้องการอากาศอัดของโหลดในช่วง Peak Load ได้ ซึ่งถังเก็บอากาศอัดจะลดการตัดต่อของ Air Compressor ที่บ่อยมากเกินไป และช่วยให้ระบายความร้อนของอากาศอัด ส่งผลทำให้เกิดการกลั่นตัวของน้ำและน้ำมัน
  3. การเลือกขนาดท่อส่งจ่ายอากาศอัดและการติดตั้งเพื่อใช้งาน ควรต่อท่อเมนเป็นแบบท่อประทานเดี่ยวหรือต่อเป็นแบบวงแหวนได้ การต่อแบบท่อประทานเดี่ยวเหมาะสำหรับการส่งจ่ายอากาศอัดในระยะใกล้ๆ กรณีที่มีระยะไกลออกไปจะทำให้เกิดความดันตกในระบบที่เป็นแบบประทานเดี่ยว ส่วนที่เป็นแบบวงแหวนจะเหมาะสมกันระบบที่ใหญ่และมีอุปกรณ์ใช้อากาศอัดจำนวนมากๆ ซึ่งระบบนี้จะลดความเร็วและลดการสูญเสียความดันอากาศอัด
  4. การปรับปรุงคุณภาพอากาศอัด(Treatment of Compressed Air) คุณภาพอากาศอัดที่ดีต้องปราศจากสิ่งสกปรก น้ำ, น้ำมัน การปรับปรุงคุณภาพอากาศมากเท่าใด ยิ่งทำให้ต้องใช้พลังงานมากตาม ซึ่งมีวิธีการปรับคุณภาพอากาศได้ดังนี้
  5.  After Cooler เป็นการปรับปรุงคุณภาพอากาศอัดที่ต้นทุนต่ำ โดยสามารถแยกน้ำออกได้ประมาณถึงร้อยละ 70

           -  Main Air Filter ใช้กรองสิ่งสกปรกที่ท่อเมนหรือท่อต้นทางก่อนนำอากาศอัดไปใช้งาน

           -  Refrigerant Air Dryer ใช้ระบบทำความเย็นดูดความชื้นของอากาศอัด โดยสามารถแยกน้ำได้ประมาณร้อยละ 96

           -  Desiccant Air Dryer ใช้สารดูดความชื้นของอากาศอัด ซึ่งมีข้อเสียคือทำให้ใช้พลังงานเพิ่มขึ้น 15-20 % เมื่อเทียบกับแบบ After Cooler



แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ 01 กุมภาพันธ์ 2010 เวลา 03:58 น.